News All

ประกันอัคคีภัยจำเป็นหรือไม่? ให้ความคุ้มครองอย่างไรบ้าง?

713

www.quickstamp.shop ตรายางด่วน วันนี้จะมาแนะนำเรื่องประกันอัคคีภัย รู้หรือไม่!? ที่อยู่อาศัยของท่านก็มีประกันภัยที่คอยให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง หากมีภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่ๆ ทำให้ที่อยู่อาศัยของท่านเสียหายขึ้นมา อาจจะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเป็นเงินก้อนใหญ่ ประกันอัคคีภัย จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะช่วยคุ้มครองการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนี้

ประกันอัคคีภัย
ประกันอัคคีภัย

ประกันอัคคีภัยจำเป็นหรือไม่?

ประกันอัคคีภัย คือ ประกันภัยภาคบังคับ ที่ต้องจัดให้ทำสำหรับลูกค้าที่ขอสินเชื่อและนำหลักประกันมาจดจำนองไว้กับสถาบันการเงิน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีอย่างแน่นอน!

เนื่องจากเป็นประกันภาคบังคับ ทางธนาคารจึงจะแจ้งแก่ลูกค้าให้ทราบในทันทีที่ดำเนินการขอสินเชื่อ โดยประกันอัคคีภัยจะเริ่มให้ความคุ้มครองในวันที่ทำนิติกรรม โดยให้ความคุ้มครองตัวอาคารสิ่งปลูกสร้าง จากการเกิดวินาศภัย ที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร การระเบิดของแก๊สหุงต้ม ภัยเนื่องจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม) หรือภัยธรรมชาติต่างๆ

โดยกรมธรรม์ประกันนั้น จะให้ความคุ้มครองระยะสั้นราว 1-3 ปี ผู้กู้ หรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ จึงต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันในทุกๆ รอบระยะเวลานี้

  • อัตราเบี้ยประกันของประกันอัคคีภัย

อัตราค่าเบี้ยประกันของประกันอัคคีภัยนั้นไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย แต่โดยมากจะใช้เงื่อนไขต่างๆ ในการกำหนดราคา ดังนี้

  • ลักษณะการใช้สถานที่
  • ลักษณะของสิ่งปลูกสร้างประเภทอาคาร (กำหนดตามวัสดุที่ใช้สำหรับโครงสร้าง ผนัง พื้นของอาคาร) และสถานที่ตั้ง
  • ลักษณะภัยของสถานที่เอาประกันภัย (ภัยโดดเดี่ยว/ภัยไม่โดดเดี่ยว)
  • 713 3

ประกันอัคคีภัยให้ความคุ้มครองกรณีใดบ้าง?

ประกันอัคคีภัยนั้น จะให้ความคุ้มครองในที่พักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ อาคารตึกแถว แฟลตหรือคอนโดมิเนียม โดยจะให้ความคุ้มครองกรณีเพลิงไหม้จากเหตุการณ์ดังนี้

  • ไฟไหม้
  • ฟ้าผ่า รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกิดการลัดวงจรเนื่องจากฟ้าผ่า
  • ภัยระเบิด
  • ภัยจากยวดยานพาหนะ
  • ภัยจากอากาศยาน หรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน
  • ภัยเนื่องจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม)

โดยหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ จะให้การชดเชยในทรัพย์สินต่างๆ ดังนี้

  • ตัวอาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย (ไม่รวมรากฐาน)
  • ห้องชุด อาคารชุด แฟลต หรือคอนโดมิเนียม
  • ทรัพย์สินที่อยู่ภายในสิ่งปลูกสร้าง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ฯลฯ
  • ทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าสูงเช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร ฯลฯ
  • 713 4

หมายเหตุ: นอกจากประกันอัคคีภัยแล้ว ยังมีประกันภัยบ้านอื่นๆ อีกมากมายที่ให้ความคุ้มครองแตกต่างกัน สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ >>> “ประกันภัยบ้าน” สิ่งจำเป็นที่หลายคนมองข้าม
กรณีใดที่ประกันอัคคีภัยไม่ให้ความคุ้มครอง?
แม้ว่าประกันอัคคีภัยจะให้ความคุ้มครองการเกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่ก็มีบางกรณีที่เป็นข้อยกเว้นเช่นกัน ได้แก่

  • เหตุเพลิงไหม้ที่ผู้เอาประกันมีส่วนรู้เห็น หรือมีส่วนร่วมด้วย
  • ความเสียหายจากการเผาทรัพย์สินโดยคำสั่งของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่
  • ภัยจากสงคราม การก่อการร้าย การจราจล การรุกราน การก่อความวุ่นวายทางการเมือง การก่อวินาศกรรม การนัดหยุดงาน
  • ระเบิดนิวเคลียร์ การแผ่ของสารกัมมันตรังสี หรือจากกากนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินบางประเภทที่อยู่นอกเหนือความคุ้มครองของประกันอัคคีภัยบ้าน ได้แก่

  • สินค้าที่อยู่ในการดูแลรักษาของผู้เอาประกันภัย หรือในฐานะผู้ดูแลรักษา
  • เงินแท่ง เงินรูปพรรณ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ อัญมณี หรือของมีค่า
  • โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อันมีมูลค่ารวมกันเกินกว่า 10,000 บาท
  • เอกสารสำคัญต่างๆ แบบแปลน แผนผัง ภาพเขียน รูปออกแบบ สมุดบัญชี รวมถึงเงินตรา และธนบัตร
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สายไฟหรือหลอดไฟฟ้า ที่ได้รับความสียหายเนื่องจากการเดินเครื่องเกินกำลัง
  • วัตถุระเบิด
  • ยานพาหนะทุกชนิด ไม่ว่า ทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ
  • 713 5

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกประกันอัคคีภัย

ประกันอัคคีภัยนั้นมีให้เลือกมากมายหลายบริษัท โดยในขั้นตอนการเลือกทำประกัน นั้น ธอส. อยากให้คุณพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ก่อนตัดสินใจ ดังนี้

  • ควรเลือกบริษัทที่ให้ความคุ้มครอง หรือให้เงินชดเชยเป็นจำนวนอย่างต่ำ 70% ของราคาสินทรัพย์ เนื่องจากเหตุเพลิงไหม้นั้นสร้างความเสีย
  • หายรุนแรงรอบตัวบ้าน จึงควรเลือกเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจากความเสียหายส่วนใหญ่ได้
  • ควรอ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ และทำการเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของตัวเองให้มากที่สุด
  • หากทำประกันมากกว่า 1 ที่ บริษัทประกันนั้นจะแบ่งความรับผิดชอบในการชดใช้ค่าเสียหายคนละครึ่ง ไม่ใช่ได้รับเงินชดเชย 2 เท่าแต่อย่างใด